Category Archives: ข่าวเทคโนโลยีสารสนเทศ

Samsung หนุนนวัตกรรม ก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดผู้พิการทางสายตา ด้วยเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า ผู้พิการทางสายตามีข้อจำกัดในการดำเนินชีวิตมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน ทำกิจกรรมต่างๆ และการเข้าถึงเทคโนโลยี หลายครั้งที่คนทั่วไปเกิดความสงสัยว่า ผู้พิการทางสายตาจะสามารถใช้ชีวิตอย่างไรในโลกที่เทคโนโลยีได้เปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนอย่างรวดเร็ว คำถามต่างๆ เช่น พวกเขาสามารถดูหนังในโรงภาพยนตร์ได้หรือไม่ เวลาไปเที่ยวสถานที่สวยงามต่างๆ จะชื่นชมธรรมชาติและภาพความงดงามนั้นอย่างไร และสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ ความทรงจำดีๆ ผ่านโซเชียลมิเดียให้กับเพื่อนๆ ได้ร่วมรับรู้ถึงความสุขและช่วงเวลาดีๆ เหล่านั้นได้เหมือนกับคนทั่วไปหรือไม่ คำตอบที่หลายคนฟังแล้วคาดไม่ถึงก็คือ “ได้!” โดยเทคโนโลยีนี่แหล่ะที่เป็นตัวทำลายกำแพงและข้อจำกัดด้านร่างกาย (นางสาวฐิติกาญ สุนทรวิรุฬโรฒ ผู้พิการทางสายตา พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง) “เทคโนโลยีทุกวันนี้ช่วยให้คนตาบอดสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป ภายในช่วงประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา สมาร์ทโฟนเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นมาก โดยส่วนตัวเป็นคนชอบเรียนรู้และพยายามเปิดใจลองทุกอย่าง ฟีเจอร์อย่าง Accessibility จะมีฟังก์ชั่นที่เรียกว่า Screen Reader และ Voice Assistant ซึ่งจะช่วยแปลงทุกอย่างที่อยู่บนหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นข้อความหรือรูปภาพให้กลายเป็นเสียง สามารถอธิบายสิ่งต่างๆ ได้อย่างละเอียด เวลาไปทานข้าวที่ร้านอาหารก็ทำให้สามารถอ่านเมนูอาหารได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป บนสมาร์ทโฟนจะมีแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันให้กับผู้พิการอยู่หลายแอปฯ เช่น ‘Be My Eyes’ เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยเหลือคนพิการทางสายตา โดยถ้าคนพิการต้องการความช่วยเหลือจะสามารถ Video Call ไปที่อาสาสมัคร เพื่อให้อาสาสมัครช่วยอธิบายลักษณะสิ่งของหรือสภาพแวดล้อมโดยรอบ หรือถ้าเดินหลงทางก็สามารถแจ้งให้อาสาสมัครช่วยอธิบายและบอกทางให้ได้ หรือถ้าต้องการดูหนังก็มีแอปพลิเคชัน ‘พรรณนา’ ที่บรรยายสิ่งที่ฉายอยู่ยนหน้าจอให้เรารู้… Read more »

หัวเว่ย เปิดตัว Ascend 910 โพรเซสเซอร์ AI ทรงพลังที่สุดในโลก และ MindSpore เฟรมเวิร์กการประมวลผล AI

หัวเว่ยเปิดตัว Ascend 910 โพรเซสเซอร์ AI ที่ทรงพลังที่สุดในโลก และ MindSpore เฟรมเวิร์กการประมวลผล AI สำหรับทุกสถานการณ์ “โครงการของเรามีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ที่เราประกาศกลยุทธ์ที่มุ่งเน้น AI ไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว” มร. อีริค สวี่ ประธานกรรมการบริหารแบบหมุนเวียนตามวาระ กล่าว “ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาไปจนถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เราได้ให้สัญญาไว้ว่าจะสร้างพอร์ตโฟลิโอ AI ที่ครบวงจรสำหรับทุกสถานการณ์ และวันนี้เราทำสำเร็จแล้ว ด้วยการเปิดตัว Ascend 910 และ MindSpore การเปิดตัววันนี้นับเป็นความสำเร็จอีกขั้นจากกลยุทธ์ AI ของหัวเว่ย” มร. อีริค สวี่ ประธานกรรมการบริหารแบบหมุนเวียนตามวาระ ประกาศการเปิดตัว Ascend 910 โพรเซสเซอร์ AI และ MindSpore เฟรมเวิร์กการประมวลผล AI Ascend 910 ประสิทธิภาพในการประมวลผลที่เหนือกว่าโพสเซสเซอร์ AI ทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกนี้ Ascend 910 เป็นโพสเซสเซอร์ AI ใหม่จากชิปเซ็ตในซีรีส์ Ascend-Max ของหัวเว่ย โดยหัวเว่ยได้ประกาศสเปกที่คาดไว้ของโพสเซสเซอร์ตัวนี้ในงานหัวเว่ย คอนเน็กต์… Read more »

กล้องวงจรปิด เครื่องมือใหม่ช่วยส่องพฤติกรรมคนทั่วโลก!!

Jay Stanley มีดีกรีเป็นนักวิเคราะห์นโยบายอาวุโส สหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกันหรือ ACLU สิ่งที่ Stanley ทำคือการวิจัย เขียน และออกมาพูดประกาศเรื่องความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีของประชาชนในอนาคต งานล่าสุดที่เขาเขียนในบล็อก Free Future ของ ACLU ระบุถึงเทรนด์ความนิยมใช้หุ่นยนต์ระวังภัยหรือ robot surveillance ในเมืองใหญ่ อาจจะคุกคามเสรีภาพของพวกเราทุกคนแบบไม่คาดคิด คำเตือนของ Jay Stanley ในนาม ACLU เกิดขึ้นในวันที่กล้องวงจรปิดถูกนำมาประยุกต์ร่วมกับระบบ AI แบบใหม่ หลังจากที่กล้องวงจรปิดถูกใช้งานทั่วไปในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงไทยมานานหลายปี การเปลี่ยนผ่านเป็นระบบ robot surveillance ที่มีความเฉลียวฉลาดขึ้นนี้เองที่อาจเป็นอันตรายต่อเสรีภาพของพลเมือง และจะสร้างวิถีใหม่หรือ reshape วิธีที่ผู้คนจะปฏิบัติตนในที่สาธารณะด้วย Stanley เขียนเตือนในรายงานฉบับใหม่ว่ากล้องวงจรปิดที่รวบรวมและจัดเก็บวิดีโอ (ในบางกรณี) กำลังจะถูกเปลี่ยนเป็น robot surveillance ที่คอยเฝ้าดูผู้คนอย่างแข็งขันและต่อเนื่อง กลายเป็นเครือข่ายเครื่องจักรกลเฝ้าระวังที่ยิ่งใหญ่และกำลังเติบโตขึ้นรอบตัวเรา แม้ขณะนี้เครื่องส่วนใหญ่ยังไม่ฉลาดนักและทำงานได้ช้า แต่ทุกอย่างจะมีความหมายทันทีหากมีการปรับปรุงระบบให้ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ใช้คุมพฤติกรรมได้ Stanley ย้ำว่าผลลัพธ์ของการปูพรมใช้งานระบบ robot surveillance โดยไม่มีการควบคุมดูแลขอบเขตการทำงาน อาจจะทำให้โลกมีสังคมใหม่ซึ่งทุกคนในสังคมสามารถถูกตัดสินหรือประเมินการเคลื่อนไหวและพฤติกรรมสาธารณะของทุกคนได้อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกพื้นที่ แน่นอนว่าไม่ต้องใช้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เป็นคน เพราะนี่จะเป็นระบบ AI security guard ของจริง คำพูดของ… Read more »

ความกังวลเรื่องการใช้เทคโนโลยี ‘จดจำใบหน้า’ เริ่มลามไปทั่วโลก

ซานฟรานซิสโกได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของเทคโนโลยีแห่งหนึ่งของโลก แต่เมื่อไม่นานมานี้ ซานฟรานซิสโกกลับเป็นเมืองแรกในสหรัฐอเมริกาที่ออกกฎหมายห้ามไม่ให้ตำรวจและหน่วยงานของรัฐฯ ใช้เทคโนโลยี Facial Recognition หรือเทคโนโลยี “จดจำใบหน้า” โดยผู้ที่สนับสนุนมาตรการนี้กล่าวว่า เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพของประชาชน นายเนธาน เชียร์ด ผู้จัดกิจกรรมรณรงค์ระดับรากหญ้า ของมูลนิธิ Electronic Frontier Foundation กล่าวกับวีโอเอว่า เทคโนโลยีนี้ทำให้หลายคนกังวลเรื่องผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออก “ด้วยเหตุที่เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐฯ สามารถแทรค หรือติดตามพลเมืองได้ อาจจะมีผลกระทบต่อสิทธิในการแสดงออกของประชาชน ตามบทบัญญัติเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ฉบับที่ 1 หรือ First Amendment ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้หลายคนกังวลใจมาก” ในขณะที่ซานฟรานซิสโกออกกฎหมายออกมาห้ามใช้เทคโนโลยี Facial Recognition ในฝั่งของจีน กลับมีการเอาไปใช้งานด้านความมั่นคงในประเทศอย่างแพร่หลาย ถึงขนาดมีการเอาไปใช้ในการแจกจ่ายกระดาษชำระในห้องน้ำสาธารณะ เทคโนโลยี Facial Recognition นี้ไม่ใช่เทคโนโลยีที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ แต่ในเวลาเพียงไม่กี่ปี ก็ได้เป็นเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาต่อยอดให้ก้าวหน้าล้ำลึกไปมาก บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง Apple ก็เป็นบริษัทหนึ่งที่นำเอาเทคโนโลยี “จดจำใบหน้า” มาใช้เป็นกลไกในการปลดล็อคโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นล่าสุด บริษัท อี คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง แอมะซอน ก็ใช้เทคโนโลยีนี้เช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้นของ แอมะซอน ได้เคยมีการลงมติเพื่อจำกัดการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว แต่ก็ไร้ผลทั้งสองครั้ง… Read more »

นักวิจัยคิดค้นแอปพลิเคชั่นตรวจ “หูอักเสบในเด็ก” เบื้องต้นโดยไม่ต้องพบแพทย์

คณะนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยวอชิงตันได้คิดค้นแอพในโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ที่ใช้คู่กับกรวยกระดาษในการตรวจอาการหูอักเสบในเด็ก เพื่อช่วยให้พ่อแม่ตัดสินใจว่าควรพาลูกไปพบแพทย์หรือไม่ วารสาร Science Transnational Medicine อธิบายไว้ว่า แอพนี้จะทำงานโดยการเปิดเสียงที่คล้ายๆ กับเสียงร้องของนก ส่งผ่านเข้าไปในช่องหูของเด็กๆ โดยใช้กรวยที่ทำขึ้นมา เสียงดังกล่าวจะถูกเปิดอยู่เป็นเวลา 1.2 วินาที จากนั้นใช้ไมโครโฟนของโทรศัพท์เพื่อฟังดูว่ามีของเหลวหรือหนองสะสมอยู่หลังแก้วหู ในหูชั้นกลางหรือไม่ ถ้ามีรูปแบบเสียงของเสียงที่สะท้อนกลับมาจะบ่งบอกว่ามีการติดเชื้อ Shyam Gollakota หัวหน้าห้องปฏิบัติการทดลองที่พัฒนาโครงการนี้ขึ้นมา กล่าวว่า วิธีคิดของแอพนี้ก็เหมือนๆ กับแก้วไวน์ หากเคาะที่แก้วไวน์จะได้เสียงที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับระดับของของเหลวในแก้วไวน์นั้น และว่า จากการใช้แอพนี้ตรวจผู้ป่วยราว 100 คน มีอัตราการประสบความสำเร็จอยู่ที่ 85% และดูเหมือนว่าจะแม่นยำกว่าการให้คุณหมอตรวจด้วยตาอีกด้วย อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบว่ามีการติดเชื้อแล้ว ผู้ปกครองก็ยังต้องพาบุตรไปพบแพทย์เพื่อยืนยันผลการตรวจและรับใบสั่งยา Gollakota เปรียบเทียบการใช้แอพนี้ว่า เหมือนกับการใช้ปรอทวัดไข้ เพื่อช่วยในการตัดสินใจว่าควรจะไปพบแพทย์หรือไม่ แอพที่ใช้ตรวจการติดเชื้อในหูนี้ เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ แนวคิดที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือเข้ามาช่วยในเรื่องของสุขภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพที่ผู้คนเผชิญอยู่ทุกวันนี้ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง Shyam Gollakota หวังว่าแอพที่ว่านี้จะได้รับการอนุมัติตามกฎระเบียบภายในสิ้นปีนี้ และสามารถออกวางจำหน่ายได้ภายในต้นปี 2563 เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

อันตรายแค่ไหน เมื่อ AI เขียนข่าวปลอมเองได้

OpenAI บริษัทค้นคว้าวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ในนครซานฟรานซิสโก สหรัฐฯ เปิดตัว ปัญญาประดิษฐ์ที่เขียนตัวอักษรเองได้ (the text generator) ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าจะถูกนำไปสร้างข่าวปลอม หรือข้อความสแปม (ข่าวขยะ) ที่มีลักษณะรังแกเหยียดหยาม ในโซเชียลมีเดีย ก่อนหน้านี้บริษัทจัดว่าโปรแกรมนี้อันตรายเกินไปที่จะเปิดให้สาธารณะใช้ แต่ตอนนี้ได้เผยแพร่ระบบรุ่นใหม่ซึ่งทรงพลังมากกว่าเดิมออกมาแล้ว บีบีซีและผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ ทดลองใช้ระบบที่ชื่อว่า GPT-2 นี้ดู ซึ่งเป็นระบบที่สร้างจากฐานข้อมูลจากหน้าเว็บถึง 8 ล้านแห่ง และสามารถสร้างข้อความใหม่ขึ้นโดยใช้ฐานจากข้อความเริ่มต้นที่คนป้อนไปให้ ระบบสามารถเขียนกลอนเชกสเปียร์ต่อจนจบบท และเขียนบทความเองได้ ทริสตัน กรีน เขียนบทความลงในเว็บไซต์ด้านเทคโนโลยี The Next Web ว่า เขารู้สึกกังวลกับระบบ GPT-2 เพราะ “มันเป็นตัวแทนของเทคโนโลยีประเภทที่มนุษย์คิดร้ายจะใช้ในการชักจูงผู้คน และผมคิดว่ามันอันตรายกว่าปืนชนิดไหน ๆ เสียอีก” บีบีซีทดลองใช้ระบบด้วยการใส่ประโยค 2-3 ประโยคจากข่าวจริงของบีบีซีที่ระบุว่า : “Sogou เว็บไซต์ค้นหาของจีนได้สร้างคนหน้าเหมือนจากปัญญาประดิษฐ์เพื่ออ่านนวนิยายยอดนิยมด้วยเสียงของผู้เขียน” และนี่คือผลลัพธ์ที่เอไอเขียนขึ้นมา : “นักวิจัยระบุว่า วิธีการอ่านนี้ไม่ใช่แค่สิ่งประดิษฐ์ของผู้ใช้ Amazon Kindle เท่านั้น ผู้ใช้อุปกรณ์ของ Android ยังเป็นกลุ่มตลาดที่สำคัญสำหรับการอ่านแบบปลอม ๆ อีกด้วย มีหลายทฤษฎีที่จะช่วยอธิบายสิ่งนี้…” นี่คือข่าวจริงที่คุณสามารถลองอ่านเปรียบเทียบดูได้ โนเอล… Read more »

ทำความรู้จัก X-Data กุญแจสู่ความสำเร็จในยุค Experience Economy

สมมุติว่าวันหนึ่งคุณไปร้านก๋วยเตี๋ยวที่คุ้นเคยแถวออฟฟิส คุณนั่งลงและสั่งเมนูจานโปรด ไม่นานเกินรอ พนักงานร้านก็เดินมาเสิร์ฟ มื้อนี้ช่างง่าย ทันใจ อร่อย แถมยังถูกดีอีกด้วย แต่แล้วคุณก็ต้องสะดุ้ง เพราะเสียงสบถของพนักงานคนหนึ่งที่ดังขึ้นท่ามกลางลูกค้าที่กำลังทานก๋วยเตี๋ยวอย่างเอร็ดอร่อย บางสิ่งบางอย่างทำให้คุณรู้สึกไม่ค่อยดีกับร้านนี้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น จนคิดในใจว่าคงไม่กล้บมากินร้านนี้อีกต่อไป เพราะอะไรกันนะ ทั้งๆ ที่น้ำซุปเขาก็อร่อยและที่นั่งก็สบายดี …มันคือประสบการณ์ของคุณอย่างไรล่ะ ที่ได้คะแนนติดลบไปเสียเรียบร้อยแล้ว เรากำลังอยู่ในยุคสมัยของ Experience Economy ที่ซึ่งสินค้าที่หรูเลิศ ที่ตั้งแสนสะดวก และราคาที่ดี ไม่ใช่ปัจจัยชี้ชะตาธุรกิจที่สำคัญที่สุดอีกต่อไป โดย Pine & Gilmore ได้ระบุไว้ในปี 1998 ว่า “ประสบการณ์ เกิดขึ้นเมื่อบริษัทตั้งใจใช้บริการเป็นเวทีและสินค้าเป็นพร็อพ เพื่อเข้าถึงลูกค้าแต่ละคนในรูปแบบหนทางที่พึงสร้างเหตุการณ์ให้เป็นที่น่าจดจำและน่าประทับใจ” เจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทั่วโลกในปัจจุบันต่างให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” นับตั้งแต่การพบหน้าลูกค้าครั้งแรก แผนการตลาด รูปแบบการขาย ห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงงานบริการหลังการขาย ทุกองค์ประกอบเหล่านี้ล้วนมีส่วนเสริมสร้างประสบการณ์ของลูกค้า ในวันนี้ ประสบการณ์ ได้กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจ องค์กรต่างๆ ทั่วโลกพบว่าเมื่อพวกเขามอบประสบการณ์ที่ดีเลิศแก่ลูกค้า พวกเขาจะได้รับผลตอบแทนทางธุรกิจที่ดีเกินคาด และในทางกลับกัน ประสบการณ์ลูกค้าที่ไม่ดีย่อมนำมาซึ่งบทลงโทษที่ธุรกิจต้องเผชิญ คำถามคือเราจะสร้างประสบการณ์ที่ดีได้อย่างไร? ประการแรกที่เจ้าของธุรกิจต้องเข้าใจ คือ ประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience) หรือ CX นั้นแตกต่างจาก CRM… Read more »

บริษัทญี่ปุ่นเปิดตัวหุ่นยนต์ชงกาแฟ “โรโบ-บาริสต้า”

ปัจจุบัน ญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานในหลายสาขา ทำให้บริษัทเทคโนโลยีของญี่ปุ่นต้องพัฒนาหุ่นยนต์ขึ้นมาช่วยทำงานในด้านต่างๆ มากขึ้น รวมทั้งหุ่นยนต์ตัวล่าสุดซึ่งรับหน้าที่ชงกาแฟหอมๆ ตอนเช้าๆ อย่าแปลกใจ ถ้ากาแฟถ้วยที่คุณดื่มที่ญี่ปุ่นจะไม่ได้ต้ม ผสมและชงโดยมนุษย์ แต่เป็นฝีมือของหุ่นยนต์ตัวใหม่ที่ผลิตโดยบริษัท QBIT Robotics คุณมาซาฮิโร่ คาโน่ ประธานบริษัท QBIT Robotics กล่าวว่า ทางบริษัทผลิตหุ่นยนต์ชงกาแฟขึ้นมาเพราะต้องการสร้างความบันเทิงให้กับลูกค้าพร้อมกับกาแฟหอมๆ บริษัท QBIT Robotics คือผู้ผลิตเครื่องจักรกลที่สามารถปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ได้ในหลายสาขา เช่น ความบันเทิงและบริการด้านอาหาร ซึ่งหุ่นยนต์เหล่านี้ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ญี่ปุ่นมีอัตราการเกิดต่ำ อายุเฉลี่ยของประชากรสูงขึ้น และเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานในหลายสาขาอาชีพ คุณมาซาฮิโร่ คาโน่ อธิบายการทำงานของหุ่นยนต์ชงกาแฟนี้ว่า ลูกค้าต้องเริ่มด้วยการเดินไปสั่งกาแฟด้วยตัวเองผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ เหมือนกับเวลาสั่งกาแฟที่ร้านกาแฟทั่วไป จากนั้นก็ไปยืนรอดูเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ทำกาแฟตั้งแต่ต้นจนจบพร้อมเสิร์ฟ ซึ่งรวมถึงล้างเครื่องกรองกาแฟให้ด้วย หุ่นยนต์ robo-barista ตัวนี้มีระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถเรียนรู้ข้อมูลต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง รวมถึงลักษณะกาแฟที่ลูกค้าแต่ละคนสั่ง รวมถึงการแสดงออกของลูกค้าเมื่อได้จิบกาแฟแก้วนั้น เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาการทำงานต่อไป นั่นหมายความว่ามีโอกาสที่กาแฟแก้วต่อไปจะรสชาติดีขึ้นกว่าเดิม คุณแอนน์ รูฟฟินู ลูกค้าของเจ้า robo-barista บอกว่า ตนรู้สึกสนุกสนานที่ได้สั่งกาแฟกับหุ่นยนต์ตัวนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่น่าสนใจ สำหรับรสชาติของกาแฟนั้น คุณกิลส์ รูฟฟินู ลูกค้าอีกผู้หนึ่งบอกว่า “ใช้ได้เลยทีเดียว” บริษัท QBIT Robotics ตั้งเป้าว่าจะขายหุ่นยนต์ชงกาแฟนี้ได้… Read more »

ญี่ปุ่นเปิดตัว “ทีมหุ่นยนต์ผู้ช่วย” สำหรับกีฬาโอลิมปิก 2020

หุ่นยนต์ผู้ช่วยสำหรับกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ปี ค.ศ. 2020 ได้รับการออกแบบมาให้สามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆ ข้ามสนามได้อย่างรวดเร็ว และทำหน้าที่เก็บอุปกรณ์ในการแข่งขันกีฬา เช่น หอกจากกีฬาพุ่งหลาว และแผ่นกลมสำหรับกีฬาขว้างจักร หลังจากที่นักกีฬาขว้างออกไปแล้ว หุ่นยนต์อีกตัวจะมีหน้าจอที่มีขนาดเท่าคนบนล้อของมัน หุ่นยนต์ตัวนี้ได้รับการออกแบบ มาเพื่อช่วยให้ผู้ชมทางบ้านสามารถดูกีฬาแบบเสมือนจริงได้ นอกจากนี้ยังมีหุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบมาให้ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตที่ยิ้มแย้มเป็นมิตร เรียกว่า “หุ่นยนต์มาสคอต” ซึ่งแม้เดินไม่ได้แต่สามารถขยับแขนขาได้ พูดไม่ได้แต่สามารถส่งสายตาได้หลายแบบ ทั้งแบบสายตาเป็นประกาย และเป็นรูปหัวใจ ถือเป็นสัญลักษณ์หรือเป็นตัวแทนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ คุณ Tomohisa Moridaira หัวหน้าคณะวิศวกรกล่าวเสริมว่า หุ่นยนต์ตัวนี้ยังอาจทำงานอย่างอื่นได้อีก เช่น การถือคบเพลิงโอลิมปิกโดยใช้แม่เหล็ก “หุ่นยนต์ภาคสนาม” เป็นหุ่นยนต์ที่มีขนาดเล็ก มีรูปร่างเหมือนรถประจำทาง สามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็วถึง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีกล้องสามตัวและเซ็นเซอร์พิเศษที่ช่วยให้มองเห็นสภาพแวดล้อม ด้านบนของตัวรถมีไฟชนิดพิเศษรอบๆ ที่จะสว่างขึ้นในขณะที่ทำงาน โดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง และยังสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงบริเวณที่เป็นหญ้าได้อีกด้วย คุณ Takeshi Kuwabara ผู้ดูแลการพัฒนาหุ่นยนต์บอกว่า หุ่นยนต์นี้ถูกออกแบบมาให้สามารถทำงานร่วมกันกับทั้งหุ่นยนต์และมนุษย์ และว่าเป้าหมายก็คือการใช้ประโยชน์จากข้อดีของทั้งมนุษย์และหุ่นยนต์ หุ่นยนต์เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมการสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2020 ที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ของญี่ปุ่น Toyota Motor Corporation เปิดตัวหุ่นยนต์เหล่านี้ให้ผู้สื่อข่าวได้ชมเมื่อไม่กี่วันก่อน โดย Toyota เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2020 ด้วย ศูนย์วิทยาการหุ่นยนต์ของโตโยต้าในสหรัฐฯ… Read more »

ผุดไอเดียลิฟต์อวกาศแบบใหม่ เชื่อมวงโคจรโลกกับพื้นดวงจันทร์ด้วยสายเคเบิล

ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติเสนอแผนการสร้าง “สเปซไลน์” (Spaceline) ลิฟต์อวกาศแบบใหม่ที่มีความเป็นไปได้ในการก่อสร้างสูงยิ่งกว่าเดิม โดยใช้สายเคเบิลที่ผลิตจากวัสดุล้ำยุคเชื่อมต่อระหว่างพื้นผิวดวงจันทร์กับสถานีอวกาศนอกโลก วิธีดังกล่าวจะช่วยตัดลดค่าใช้จ่ายในการยิงจรวดส่งยานอวกาศออกนอกวงโคจรของโลกไปได้อย่างมาก โดยในอนาคตผู้เดินทางท่องอวกาศเพียงโดยสารมากับจรวดให้ถึงระดับวงโคจรค้างฟ้า (geostationary orbit) ของดาวเทียมทั่วไปเท่านั้น แล้วจะสามารถขึ้นลิฟต์อวกาศที่สถานีเชื่อมต่อนอกโลกตรงไปยังดวงจันทร์ได้ทันที แนวความคิดใหม่นี้เป็นของทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในสหราชอาณาจักร โดยมีการเผยแพร่ในเว็บไซต์คลังเอกสารวิชาการออนไลน์ arXiv.org เมื่อไม่นานมานี้ รายงานการวิจัยดังกล่าวระบุว่า สเปซไลน์นั้นเป็นลิฟต์อวกาศที่มีความเป็นไปได้ในการก่อสร้างจริงสูง และสามารถสร้างขึ้นจากวัสดุแข็งแกร่งที่สุดที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน โดยการยึดสายเคเบิลเข้ากับพื้นผิวดวงจันทร์แต่ไม่ยึดโยงกับพื้นโลกนั้น ทำให้เสี่ยงกับปัญหาเดิม ๆ เรื่องความมั่นคงแข็งแกร่งและความปลอดภัยของลิฟต์อวกาศน้อยลง เนื่องจากไม่ต้องต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงของโลกที่รุนแรงกว่า รวมทั้งความเร็วในการหมุนของโลกที่จะทำให้สายเคเบิลขาด ลิฟต์อวกาศแบบใหม่จะใช้สายเคเบิลยึดพื้นผิวดวงจันทร์และโยงมายังสถานีอวกาศนอกโลก ซึ่งจะสร้างขึ้นในลักษณะคล้ายกับลูกดิ่งที่ถูกผูกห้อยไว้ที่ปลายเชือก และจะมีกระสวยอวกาศแบบใช้พลังงานแสงอาทิตย์วิ่งรับส่งผู้โดยสารไปตามเส้นทางนี้ สำหรับวัสดุที่จะใช้ในการผลิตสายเคเบิลนั้น ทีมผู้วิจัยเสนอว่าแม้ตัวเลือกที่ดีที่สุดจะเป็นวัสดุแห่งอนาคตอย่างคาร์บอนนาโนทิวบ์ แต่วัสดุที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันเช่นพอลิเอทิลีนน้ำหนักโมเลกุลสูงพิเศษ (UHMWPE) ซึ่งเป็นเส้นใยที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ก็มีความเหมาะสมสำหรับโครงการลิฟต์อวกาศเช่นกัน โดยอาจออกแบบให้สายเคเบิลมีรูปทรงตีบแคบที่ส่วนปลายทั้งสองข้าง แต่มีความหนามากเป็นพิเศษตรงส่วนกลาง เพื่อป้องกันการฉีกขาด ทีมผู้วิจัยยังหวังว่า การสร้างลิฟต์อวกาศแบบยึดติดกับพื้นดวงจันทร์นี้ จะช่วยให้เกิดการพัฒนาสถานีทดลองในอวกาศหรือแม้แต่การสร้างอาณานิคมอวกาศแห่งใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อสร้างสถานีต่าง ๆ ในจุดสมดุลแรงโน้มถ่วงระหว่างโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ หรือจุดลากรานเจียน (Lagrangian Point) ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มาก ความคิดเรื่องก่อสร้างระบบลิฟต์อวกาศนั้นมีมานานกว่า 100 ปี แต่ยังไม่สามารถทำให้เป็นจริงขึ้นมาได้ เพราะมีข้อจำกัดอย่างมหาศาล ทั้งเรื่องวัสดุที่ใช้ซึ่งจะต้องมีน้ำหนักเบาและทนทานแข็งแกร่ง เพื่อให้ระบบลิฟต์ที่สูงเกินปกติรับน้ำหนักของตัวเองได้ ส่วนโครงสร้างของลิฟต์ต้องสามารถต้านทานต่อแรงโน้มถ่วงของโลกและแรงหนีศูนย์กลางที่มากระทำ รวมทั้งทนต่อสภาพอากาศรุนแรงบนโลกเช่นลมพายุได้ด้วย… Read more »